Sanfha's profileSawasdee SiamesePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 16 เบื่อจังเลยหึหึหึ ช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อจริงเวลาไม่มีงานให้ทำเนี่ยวันๆก็นั่งเล่นเนตทำนู่นนี่ไปเรื่อยนี่ก็ใช้เวลางานมาพิมพ์บลอคอีกเอ้ออออออออนิสัยไม่ดีนะเนี่ยแต่ก็นะไม่รู้จะทำไรแล้วอ่ะเบื่อ เบื่อตัวเองเวลาอยู่หน้าคอมกะทีวีแม่งเหมือนกันเลยเหมือนโดนขังไว้หน้าทีวี/คอมเซ็งสุดๆไว้วันหลังจะไม่เปิดคอมเลยดีมั้ย(ไม่ได้อีกเครื่องกรูเป็นเครื่องหลัก) ตอนนี้อยากกลับบ้านนนไปเล่นกะหมาแล้ววอ่า.........สบายกว่ากันเยอะเมื่อไหร่โปรเจคนี้จะจบน้อออ อยากออกจากงานแล้ว เบื่อจัง December 26 บอกทีดิ้ว่ากูปกติรึเปล่า วันนี้(25ธ.ค.49)วันคริสมาสเลยนึกครึ้มว่าเออถนนเส้นสุขุมวิทคงประดับไฟเหมือนทุกปีและทุกปีก็ไม่เคยได้ตั้งใจดูเลย ปีนี้นึกไงไม่รู้อาจจะเพราะว่าวันนี้เป้นวันคริสมาสที่ต้องอยู่คนเดียวล่ะมั้งเลยนึกอยากทำอะไรคนเดียวให้ใจไม่เหงาจนเกินไป เลยเกิดความตั้งใจขึ้นมาทันใดว่าวันนี้จะนั่งรถเมล์จากสยามกลับบ้านให้ได้จะได้นั่งผ่านไฟที่เค้าประดับไว้ไม่ได้ดูใกล้ๆอยู่ในบรรยากาศก็เอาว่ะ
เริ่มจากหลังเลิกงานก็วางแผนการเดินทางไว้เลยว่าพอลงรถที่อนุสาวรีย์ชัยฯจะนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีสยามเพื่อนั่งรถเมล์สายธรรมดากลับบ้าน(แถวอนุฯก็มีแต่มันขึ้นทางด่วน)พอลงสถานีสยามปุ๊ป ก็เดินตรงมาที่ป้ายรถเมล์เลยซัก10นาทีรถเมล์สายที่เราจะนั่งก็มา แต่....แต่...แต่....โอ้ววคนเยอะเชี่ยๆ แถมขึ้นทางด่วนอีกโอ้ววววอย่างเน้ฉันก็อดดูไฟซิก็เลยปล่อยไปหวังว่าคันต่อไปจะตามมาในไม่ช้า แต่ทว่า......20นาทีผ่านไป....30นาทีผ่านไป.....45นาทีผ่านไป.......มันก็ยังไม่โผล่มาเลยซักคัน มีแต่คันที่กูไม่ต้องการมาเยอะแยะไปหมด ระหว่าง45นาทีนั้นตั้งคำถามกับตัวเองตลอดว่ากูทำเชี่ยไรเนี่ยยยบัตรรถไฟฟ้าก็มีอยู่ในกระเป๋ายืนรออะไรเนี่ยยย เมื่อยไหมล่ะเมิงง รถแม่งหายไปไหนหมดว่ะ และอีกหลากหลายคำถามที่เกิดจากอาการเซ็งและเหนื่อย สุดท้ายแล้วก็ยังดื้อดึงยืนรอต่อไป(บ้าไหม๊เนี่ย) ด้วยสภาพรองเท้าส้นสูงที่ไม่คุ้นเคยทำเอากูขาชาไร้ความรู้สึกไปเลยเพราะมื่อยมั่กมากปวดขึ้นมาถึงหลังเลยก็ยังงงว่ากูทำไปเพื่ออะไร แต่สุดท้ายคำตอบก็คือ"ก็ตั้งใจว่าจะไปดูแล้วนี่แล้วทำไมต้องเลิกล้มความตั้งใจล่ะ ไม่อยากมานั่งเสียดายทีหลังนะ"และเพราะคำว่าไม่อยากเสียดายที่หลังนี่แหละถึงทำให้กูอดทนรอ จนกระทั่ง.......มาแล้ววเย้ๆๆๆๆๆๆรถเมล์มาแล้วด้วยความเมื่อยจึงรีบขึ้นรถอุตลุดเพราะกลัวไม่ได้นั่ง(อย่าหาว่างั้นงี้เลยกูจะยืนไม่ไหวแล้ววว)และแล้วสิ่งที่เรากำลังรอคอยก็กำลังจะมาถึงเริ่มจากนั่งรถผ่านสยามมก็ยังเอไม่ค่อยมีไรเท่าไหร่แต่พอมาถึงเวิลเทรดกับเกษรสิโหยยยยยยยไฟเต็มเลยสวยมั่กมากกกก แต่ทว่าว่าว่าว่า.......ว่าไฟส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ถนนสุขุมวิทมันดันอยู่ในถนนเส้นที่ไปประตูน้ำ...........อ๊ากกกกกกกกรู้งี้ขึ้นรถเมล์คันแรกก็ดีเพราะมันจะขับผ่านเข้าไปในดงไฟคริสมาสส่วนคันที่กูยืนรอเป็นชั่วโมงมันแค่ขับผ่านอ๊ากกกกกกพระพุทธเจ้าข้าแล้วที่กูอดทนล่ะห๊า!!! หึ้ยยยแต่ความเหนื่อยก็ชนะทุกสิ่งจนได้ ทำให้กูทำใจได้ว่าเอาเถอะได้เห็นแค่นี้ก็เอาแล้วและแล้วกูก็สลบคารถเมล์ยาวววจนถึงบ้านเลยทีเดียว
แต่เดี๋ยวยังไม่จบ.....พรุ่งนี้กูมีนัดกับปอนไปถ่ายวีดีโอกันที่ดงไฟคริสมาสนั่นอีกครั้ง........แล้ววันนี้กูทำอะไรลงไป........ (- -")
ง่ะง่ะง่ะ.....นอนดีฝ่า......(- -)zzzz
November 16 my id cardNovember 12 ขอบคุณ[thank you] จากบลอคที่แล้วมีเพื่อนๆหลายคนดูจะตกใจกับข่าวที่ออกมาจากปลายนิ้วที่กดแป้นพิมพ์ของฉัน ขอบคุณที่เพื่อนๆหลายๆคนเป็นห่วงและอีกหลายคนยินดีกับสิ่งที่ฉันได้พบเจอ แต่ขอเคลียร์อะไรซักนิดนึงก่อนที่เพื่อนๆอันเป็นที่รักจะเข้าใจผิดกันไปยกใหญ่(บางทีอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ช้าไปนะเนี่ย) เรายังตอบไม่ได้ว่าต้องไปอยู่ที่เขมรนานซักแค่ไหนแต่คงไม่นานเป็นปีหรอก(เชื่อว่าอย่างนั้น) คงจะได้ไปบ้างเป็นครั้งคราวตามหน้าที่ที่พึงกระทำน่ะนะ ชีวิตมนุษย์เงินเดือนนี่นา นายสั่งไรมาก็ต้องว่าตามเขาไป ฟังดูเหมือนไม่ยินดียินร้าย แต่ฉันก็ยังยินดีมากกว่านะ ยินดีที่จะได้ไปเจออะไรใหม่ๆที่อยู่ใกล้แต่ไม่เคยไปถึง นึกๆดูแล้วก็สงสัยกับวิธีการใช้ชีวิตของตัวเองว่ายี่สิบสองปีที่ผ่านมาฉันทำอะไรอยู่ ตอนนี้ฉันยังหาคำตอบอื่นไม่ได้นอกจากคำว่า"เรียน" เอาเถอะๆที่อยากจะบอกจริงๆก็มีแค่ไม่ต้องตกใจไปฝ้ายไม่ได้ไปเป็นปีและยังรอที่จะได้เที่ยวทะเลกับเพื่อนๆอีกครั้ง โอเคนะจ๊ะ November 06 เอาแล้วไงสวัสดีเพื่อนๆทั้งหลาย หลังจากบลอคที่แล้วเพิ่งจะบ่นถึงความอดสูในการทำงานไปหยกๆ ก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในชีวิตอีกแล้ว
ที่อยากจะบอกก็คือตอนนี้ย้ายที่ทำงานแล้ว ขณะนี้ทำอยู่ที่บริษัท THE MUSEUM ที่รับผิดชอบโปรเจคพิพิธภัณฑ์ของนครวัด แล้วเราก็จะทำงานในด้านของ IDENTITY DESIGN, PACKAGE DESIGN, ENVIRONMENTAL DESIGNแล้วก็อาจจะมี SIGNAGE นิดหน่อย ฟังดูเหมือนโอเคไหมว่ะ แต่บอกตามตรงว่าแอบเครียดเล็กๆแต่ในอีกแง่มันก็จะให้ประสบการณ์ดีดีกับเราอีกเยอะแยะมากมาย ณ วันนี้ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้าแต่หวังว่ามันคงไม่แย่นะ อ่ออออออและประเด็นสำคัญท่าทางกูจะต้องไปทำงานที่เขมรเป็นปีเอาว่าไปกินอยู่อยากกลับก็ได้แต่ออกตังเองนะ บริษัทมีงบค่าเครื่องบินให้แค่4เที่ยว/ปีเท่านั้นอยากกลับมากกว่านั้นออกเอง ปัญหาสำคัญคือกูจะไม่ได้เที่ยวกับพวกแกไปอีกประมาณ1ปี(มั้ง)อ๊ะๆๆๆหรือพวกแกจะมาเที่ยวเสียมเรียบก็ได้นะ5555555 จะเที่ยวก็รีบเที่ยวเด๋วกูไปทำงานขึ้นมาล่ะจะไม่มีกูไปเที่ยวด้วยนะ พวกแกไม่เดือดร้อนหรอกกูนี่ล่ะเดือดร้อนเฮ้อออออออพระเจ้าช่วย...
เมื่อไหร่จะรู้สึกสนุกว่ะ แม่งงงงงเปิดบริษัทซักคนดิว้า October 21 ----^-------^----"ฮู้ววววววว นานเหมือนกันนะเนี่ยที่ไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรยาวๆในเสปซ
ตอนนี้ทำงานมาจะครบเดือนแล้วและกำลังจะได้เงินเดือนเดือนแรกด้วยล่ะ น่าเบื่ออ่ะทั้งๆที่เคยคิดไว้หรืออาจจะเรียกได้ว่าตั้งใจว่าจะไม่ทำงานแบบนี้งานที่มีวันเดือนออกเป็นวันที่มีความสุขที่สุดของเดือน(แต่ตอนนี้ค้นพบว่าศุกร์เสาร์อาทิตย์ก็มีความสุขไม่แพ้กัน) อยากจะบอกจิงๆเลยว่างานนี้เป็นงานที่น่าเบื่อม้ากกกกกมากจัดเลเอ้าวันล่ะเป็นร้อยๆไฟล์ ไฟล์งานก็สีขาวดำ กูถึงกับต้องหาทางออกด้วยการใช้ปากกาหลายๆสีเขียนใบลงเวลาทำงานเปลี่ยนสีทุกวัน อีกซักพักกูจะเอาแจกันดอกไม้ไปวางที่โต๊ะด้วย ดูดิชีวิตแม่งจืดชืดน่าเบื่อจนกูต้องหาทางระบายออกด้วยทางอื่นแม่งทุกวันนี้ไปทำงานก็เพิ่งจะสังเกตว่าพักนี้ใส่เสื้อผ้าสีๆเยอะขึ้นอย่างเช่น กระโปรงแดง+รองเท้าแดง เป็นต้น บางทีกูอาจจะเครียดโดยไม่รู้ตัวมองภายนอกอาจเหมือนรับได้กับงานแบบนี้แต่ให้ตายเถอะความจริงที่อยู่ในใจนี่มันช่างขัดแย้งจิงๆ ทำงานไปวันๆแถมงานแม่งเยอะแล้วยังละเอียดอีกแล้วตัวกูนี่รอบคอบเหลือเกิ้นนนนนน ผิดตู้มมมเลย เฮ้ออออออใครไม่ได้ทำงานคงไม่รู้ว่ามันปวดใจแค่ไหน ชิ!!!น่าเบื่อจิงๆ กูจะรีบออกไปจากโลกแบบนี้ให้เร็วที่สุดคอยดู๊คอยดู (เร็วยังไงก็ต้องให้ครบ3เดือนก่อนอยู่ดี ชีวิตแม่งโหดร้ายยย)
ไม่เข้าใจว่าทำไมคนบางคนต้องทำงานที่ไม่ได้ชอบงกๆๆๆไปวันๆเพื่ออะไรกันแน่เพื่อเงินหรือเพื่ออะไรคิดดูว่าชีวิตต้องอยู่กับงานตั้งครึ่งชีวิตเลยนะหรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ แล้วทำไมต้องฝืนต้องทุ่มเทให้กับงานที่ไม่มีความสุขที่จะทำด้วย เคยถามตัวเองกันไหมว่า "วันนี้คุณทำอะไรอยู่?" คุ้มค่ากับชีวิตที่มีอยู่แล้วเหรอ แล้วฉันล่ะคุ้มไหม?? สงสัยตอนนี้คงจะไม่ว่ะ ชิ!!!น่าเบื่อ
อุตส่าเริ่มต้นด้วยอารมดีพอเขียนเรื่องงาน'รมณ์เสียเลยตู ไม่น่าเล้ยยย T-T
Where're U?
October 08 Good Exhibition![]() กลับมาแล้ว กับ DesignGraf พร้อมกับวันเวลาที่แน่นอน (หลังจากที่โดนโรคเลื่อนไปครั้งหนึ่งแล้ว)
จากโตเกียว, ปารีส และกัวลาลัมเปอร์ , Territory graphic design magazine ได้มาเยี่ยมกรุงเทพแล้ว มาพบกันในงาน DesignGraphy และร่วมเสวนากับเหล่าศิลปิน Territory Magazine ที่คุณได้เห็นความสามารถมาแล้ว เหล่าศิลปินที่จะมาร่วมแจมด้วยมี www.ogigraphics.com (Territory issue 5) จากญี่ปุ่น www.shiftattack.com (Territory issue 5) จากสิงคโปร์ www.eleven18.net (Territory issue 3) www.if.net.my (Territory issue 4) และ www.robonut.com (Territory issue 6) จากมาเลเซีย
พร้อมทั้ง www.bangkok2.com, (Territory issue 5) , www.pictoverse.com,www.beourfriend.org และ B.O.R.E.D Design. งานจัดขึ้นที่ H1 Urban Complex -Bangkok's trendy lifestyle centre ซอยทองหล่อ -Designgraphy นำเสนอทุกมุมมองที่คุณต้องชอบเกี่ยวกับงานกราฟฟิค ไม่ว่าจะเป็น street-style graphics, character design และ new interactive media.
Program Highlights: At the Close Door 3.30pm - เริ่มเข้าชมงาน // 3.45pm -1st ฟังการบรรยายและร่วมเสวนากับ Shiftattack // 4.15pm - 2nd ฟังการบรรยายและร่วมเสวนากับ M-a-w-s // 4.45 - 3rd ฟังการ บรรยายและร่วมเสวนากับ If interactive // 5.30 pm - 4th ฟังการบรรยายและร่วมเสวนากับ Ogigraphics// 6.00pm - ฟังการบรรยายและร่วมเสวนากับ Bangkok2. //6.30pm - ฟังการบรรยายและร่วมเสวนากับ Bangkok2 At the Garden 6.45pm- Unviel The Garden Exhibition // 7.00- Live Drawing by Eleven 18, Robonut, Beourfriends and Ogi // 7.30pm - Digital Showreels by Pictoverse & B.O.R.E.D. Beverages will be serves. 9.00-10.00pm - Party with Sound & Noise และอื่น ๆ อีกมากมายดังนี้: -Bangkok2 นำเสนอ interactive installation และแสดงงาน Poster -Live drawing โดยศิลปินรับเชิญ เช่น E18,Robonut,Ogigraphics และ Beourfriend -Painting จาก OgiGraphics และดีไซน์เนอร์มากมาย พร้อมให้ทุกคนเป็นเจ้าของ -รับฟังการบรรยายและร่วมเสวนากับ If Interactive, Bangkok2, Shiftattack, Ogigraphics และ m-a-w-s.com -ชมการแสดงงานจากกลุ่มดีไซน์เนอร์ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น Pictoverse(กับเสื้อยืดสุดเท่ห์จำกัดแค่ 25 ตัวเท่านั้น), B.O.R.E.D. Design และ Beourfriend -รวมถึงการเปิดตัวร้านหนังสือกราฟฟิค Basheer Graphicbook ฉบับปรับปรุงใหม่อีกด้วย -ทุกท่านที่มาในวันที่ 18 พฤศจิกายน คุณจะได้ส่วนลดทันที 15% จาก Basheer Graphic Book ที่ H1 ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมเครื่องดื่มและโปสเตอร์ Limited Edition จาก eleven18 สำหรับ 100 คนแรก วัน: 18 พฤศจิกายน2006 เวลา: 3.30pm - 10pm (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bigbrosworkshop.com (อังกฤษ) และ www.bangkok2.com/blog (ไทย) สถานที่: H1@ 998/3 ซอยสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ) ถนนสุขุมวิท วัฒนา กรุงเทพฯ 10110 RSVP: ชื่อ / อีเมลล์ / เบอร์ติดต่อ / info@bigbrosworkshop.com or Call Mobile no: 01-875-4585 หรือ 05-843-1850 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม แวะชมบรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ Territory เล่ม5 ที่จัดขึ้นที่มาเลเซีย ในวันที่ 01/07/06 ได้ที่ http://www.bangkok2.com/blog/bkk2_journey/bkk2_inmalaysia.htm Organised by Bigbrosworkshop Brought to you by Basheer Graphicbook Co-organised by Bangkok2 ใครเข้ามาดูก็ขอเชิญชวนให้ไปกันนะเพราะตอนที่เขามา Road show ปีที่แล้วเราไปดูแล้วขอบอกว่างานเค้าดีจิง ศิลปินก็นิสัยดีเพราะเคยคุยกันเมื่อตอนโน้นนนนนไปกันนะๆ
August 14 [.\ /. ]!!
July 17 Workอ่าอาอาอาอาอาออา.....เบื่อเนอะ.......ตอนนี้เริ่มสงสัยในจุดมุ่งหมายของชีวิต คนเราเกิดมาเพื่ออะไร
เพื่อทำงาน---ทำงานไปจนตายน่ะเหรอแล้วเราทำงานไปเพื่ออะไรเพื่อเงินหรือเพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง
เพื่อตามฝัน---ฝันนั้นทำอะไรเพื่อใครได้รึเปล่านะ
ในความเป็นจริงของฉัน ฉันว่าคนเราเกิดมาเพื่อทำงานที่สามารถทำให้สังคมดีขึ้นทำงานเพื่อให้โลกหมุนไปข้างหน้าถึงแม้ไม่รู้ว่าจะให้มันหมุนไปทำไมก็ตาม ทำไมเราต้องคงอยู่ด้วย หากเราตายมันก็คงไม่แปลกเพราะถึงอยู่ก็คงต้องทำอะไรเพื่อตัวเองเหมือนคนอื่นๆ แต่ถ้าเราอยู่เพื่อพบเจอกับความสุข โลกใบนี้ก็คงน่าอยู่มั้ง แต่แหมมันคงไม่ได้มีความสุขตลอดเวลาหรอก แล้วถ้าเราอยู่เพื่อทำอะไรให้คนอื่นล่ะ คนในสังคมคงคิดว่ายัยคนนี้ไม่ฉลาดเอาซะเลย ไม่รู้จักหาความสุขใส่ตัว แล้วถ้าหากความสุขนั้นคือการให้ล่ะ
ตอนนี้ฉันก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าคนเราอยู่ไปเพื่ออะไร ตอนเด็กๆไม่เคยสงสัยหรอกนะเพราะตอนนั้นรู้ว่าต้องอยู่เพื่อเรียนหนังสือ แต่ตอนนี้เรียนจบแล้วนี่ หรือฉันต้องอยู่เพื่อเลี้ยงพ่อกับแม่ต่อไป บางทีมนุษย์ก็น่าจะเหมือนแมลงเนอะเกิดมาเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ แล้วก็ตายลง ทั้งๆที่ก็ไม่รู้จะดำรงเผ่าพันธุ์ไปทำไม ความจริงแล้วเมื่อเราย้อนถามกลับไปที่ตัวเองว่าอยู่ไปทำไมก็คงต้องเริ่มสับสนกันบ้างล่ะนะว่าทำไมต้องอยู่ แต่ก็คงหาคำตอบกันได้ในไม่ช้าไม่ว่าคำตอบนั้นจะเพื่อตัวเองหรือเพื่อใคร แต่ว่าฉันยังหาไม่ได้
เฮ้ออออ ช่วงที่ผ่านมาก็นั่งหางานจิงจังอ่ะนะ(จิงจังนิดนึง)ล่าสุดก็มีงานที่น่าลุ้นอยู่แต่ฉันกำลังจะทำมันพังลงไปฉันตั้งใจว่ะ ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำแต่มันมีความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าฉันต้องทำที่นี่ฉันคงเหมือนไฟที่วิ่งเข้าหาทะเล ซักพักฉันคงลอยเอื่อยๆอยู่ที่ไหนซักแห่งในมหาสมุทร ฉันยังอยากเป็นไฟที่อยู่ในกองไฟ ฉันยังไม่อยากดับไม่อยากหยุดอยู่ที่นั่น ฉันไม่อยากเป็นคนที่ตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่าฉันทำอะไรอยู่เนี่ยยย ฉันอยากเป็นคนที่ตั้งคำถามว่าฉันจะทำอะไรต่อไปมากกว่า ฉันไม่อยากมีชีวิต 8 โมงเช้า 4โมงเย็น ฉันไม่อยากอยู่บนรถเมล์ที่มีคนเยอะๆเจอรถติดๆ ฉันอยากเป็นคนไปในขณะที่คนอื่นกลับ ฉันอยากทำงานในที่ที่มีคนเข้าใจในสิ่งที่เราคิดหรือพูด ฉันไม่อยากทำงานในบริษัทที่มีข้อจำกัดของความเป็นองค์กร ถึงใครๆจะว่ามันมั่นคง พระเจ้าให้ตายเถอะมันดีตรงไหนที่ต้องอยู่หน้าคอมทำงานๆๆๆๆเบื่อๆๆๆๆๆแล้วก็กลับบ้าน ในหนึ่งเดือนมีเวลาดีใจแค่ตอนได้เงินเดือนเพื่อเอาไปเฉลี่ยใช้จนกว่าความดีใจอีกครั้งจะมาถึง ฉันควรทำยังไงฉันจะไปทางไหนดี ทางที่จะมีความสุขให้เก็บตลอดทาง
ฉันรู้ว่าทุกคนคงจะคิดว่ามันไม่มีทางหรอกในเมื่อโลกมันเป็นแบบนี้ การทำงานคือโลกแบบที่ฉันไม่ต้องการ ฉันเลือกไม่ได้หรอก ฉันไม่ทำไม่อยู่ได้ไหมล่ะ ฉันทำไม่ได้อีกใช่ไหม อะไรบางอย่างบอกให้ฉันต้องอยู่จนกว่าจะตายไปเอง ฉันคงต้องอยู่เพื่อคนอื่น ความจริงแล้วเราไม่ได้เป็นเจ้าของตัวเราเองซักหน่อย คิดไปเองทั้งนั้น
ทำไมแม่ไม่เข้าใจหนู
คนที่วิ่งก็จะนึกถึงแต่ขาและจุดหมาย น่าจะหยุดคิดบ้างนะว่าถ้าถึงจุดหมายแล้วยังไม่ตายจะทำอะไรต่อไป
June 07 male female bus&rainเย็นวันนึงที่ฝนตกหนัก ณ ป้ายรถเมล์ของสถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่ง มีผู้คนมากมายยืนรอรถเมล์ที่จะพาพวกเขาไปยังที่ที่เขาต้องการ ผู้หญิงคนนึงก็เช่นกัน เธอยืนรอรถเมล์อยู่นานเสียจนเธอเลิกที่จะดูนาฬิกาเพราะมันรังแต่จะทำให้หงุดหงิดหัวใจ หลายครั้งที่รถเมล์คันที่เธอต้องการจะขึ้นมาถึงแต่ไม่มีทีที่จะให้เธอแทรกเข้าไปได้เลย ช่างเป็นเย็นที่ปั่นป่วนจริงๆ เมื่อความอดทนกับการรอคอยสิ้นสุดลงเธอจึงตัดสินใจสาวเท้าให้ไวขึ้นเพื่อที่เธอจะได้ขึ้นรถเมล์คันนี้เสียที เธอจะกลับบ้าน เมื่อขึ้นรถมาได้ก็ต้องใช้ความพยายามในการเบียดผู้คนเข้าไปเพื่อที่จะได้มีที่ยืนไม่ถูกดันออกนอกรถไปเสียก่อน ในตอนนั้นเธอได้แต่คิดในใจถึงน้ำใจคนไทยที่ใครๆว่ามีนักหนา แต่ก่อนที่เธอจะคิดอะไรต่อจากนั้น ก็ได้มีเสียงผู้ชายคนนึงบอกคนที่อยู่ถัด ถัด ถัด ไปจากเธอว่า "ขอโทษนะครับ ช่วยเขยิบเข้าไปหน่อยได้ไหมครับพี่" จากนั้นคนที่ถัด ถัด ถัด จากเธอไปนั้นก็เขยิบเข้าไปแน่นอนเธอคนนั้นก็ต้องเขยิบตามไปด้วย และเธอก็ได้รับคำขอบคุณจากชายคนนั้นเช่นกัน ทุกคนมีที่เกาะเกี่ยวเพื่อทรงตัวเป็นของตัวเองจนถึงอีก2ป้ายถัดมา ได้มีคนกลุ่มนึงลงแน่นอนเธอคนนั้นและคนอื่นๆก็ต้องเคลื่อนตัวเข้าไปแทนที่และผู้ชายคนนั้นก็ยังทำเช่นเดิม "ช่วยเขยิบเข้าไปหน่อยนะครับ" เธอคนนั้นพยายามเขยิบเท่าที่เขยิบได้ สุดท้ายเธอต้องมายืนอยู่กลางขบวนรถเมล์พ่วงที่ไม่มีที่เกาะใดๆกับชายคนนั้น ทั้งเธอและเค้าต้องยืนแบบไม่มีที่เกาะต้องอาศัยการทรงตัวล้วนๆบวกกับการเกร็งเท้าอีกครึ่งนึง ในแต่ละป้ายที่ผ่านไปก็มีคนลงเรื่อยๆแต่ไม่มีทีท่าว่าเธอและเค้าจะได้ที่พึ่งพิงใดๆ หลายครั้งที่เธอพยายามทรงตัวอย่างสุดความสามารถแต่ก็ต้องพลาดไปบ้างเล็กน้อย และหลายครั้งที่เค้าและเธอรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน จนเมื่อมีคนนึงลงไปจากรถทำให้ชายคนนั้นมีที่ว่างที่จะพึ่งพิงเค้าจึงจับไว้ ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวแต่ไม่นานด้วยความที่เมื่อยกับการเกร็งแขนไปด้วยเค้าจึงปล่อยและกลับมายืนเป็นเพื่อนเธอเหมือนเดิม และเขากับเธอก็ยืนอยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆ เธอคนนั้นพยายามที่จะมองหน้าตาของชายคนนั้นว่าเป็นยังไงแต่เธอก็ไม่เห็นซักทีรู้เพียงแต่ว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดูสูงขาวสะอาดและคงจะตี๋หน่อยและที่สำคัญใส่แว่นด้วย จนเมื่อจังหวะของรถทำให้เธอได้เห็นหน้าของเขา เธอจึงได้รู้ว่าเขาคนนั้นเป็นเพื่อนที่เคยเรียนรุ่นเดียวกันตอนม.ปลาย เธอรู้แล้วว่าเค้าเป็นใครแต่เธอก็อยากรู้ด้วยว่าเค้าจะรู้ไหมว่าเธอเป็นใคร เธอมีเค้าเป็นส่วนนึงของความทรงจำแล้วเค้าล่ะมีไหม ระหว่างที่เธอและเขาต่างตกอยู่ในช่องว่างระหว่างกันและกันนั้น บนรถมีที่ว่างพอให้เขาและเธอได้นั่ง เขานั่งริมทางเดินฝั่งซ้ายเธอนั่งริมทางเดินฝังขวา ระหว่างเธอและเค้ามีเพียงช่องทางเดินอันว่างเปล่ากั้นไว้ แม้ตอนยืนก็มีเพียงระยะห่างหน้าของเขาหลังของเธอเท่านั้นแต่มันก็ทำให้เค้าและเธอกลายเป็นคนอื่นของกันและกันได้ทั้งๆที่เขาและเธอเคยมีความทรงจำร่วมกันถึงมันจะนานมาแล้วก็ตาม ปณิธานคนเราเวลาจะเริ่มทำอะไรซักอย่างก็น่าจะมีปณิธานเอาไว้ให้ตัวเองมั่งเนอะจะได้ดูมีจุดมุ่งหมายซักหน่อย
ปณิธาน1-หางานหาเงินให้ได้
ปณิธาน2-ปลายปีนี้จะไปเที่ยวงาน ราชพฤกษ์'49 ให้ได้
ปณิธาน3-หลังจากนั้นจะไปเที่ยวประเทศใกล้ๆซักประเทศ กลับสู่ธรรมชาติซักหน่อย
แหมช่างดูเป็นปณิธานที่ว่างงานเสียจริงๆ เห้ออยากได้งานที่จะทำให้ได้ไปเที่ยวตลอดเวลาจังแต่ถ้าไปเที่ยวแล้วไม่มีเพื่อนไปก็คงไม่หนุก งั้นปณิธานที่4-ขอให้ได้งานที่ได้เที่ยวบ่อยๆและเป็นงานที่ได้ทำกะเพื่อนด้วย(อันนี้ดูท่าทางจะเป็นปณิธานที่ใช้อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซะมากกว่าจะเป็นความตั้งใจนะเนี่ย)
May 24 ๑_๑"เป็นเวลากี่เดือนแล้วไม่รู้ที่อยู่แต่บ้านไม่ได้เรียนไม่ได้ทำงาน พระเจ้าโคตรจะน่าเบื่อให้ตายเถอะ ตอนนี้เพื่อนหลายๆคนก็ได้งานกันแล้วแต่ฉันยังเลย เพราะฉันเพิ่งสมัครไปที่เดียว55555 พูดตรงๆนะไม่อยากทำงานแบบนี้เลยให้ตายงานบริษัท งานประจำ โอยยย ไม่รู้ว่าทำไม แต่มันมีบรรยากาศที่ไม่ชอบอยู่ ดูไว้ก็หลายที่แต่....ไม่อยากสมัครมันไม่มีงานไหนเลยที่เรารู้สึกว่าใช่ใครๆก็บอกว่าอย่าเพิ่งเลือกงานให้ทำไปก่อนแต่ๆๆๆๆๆ.....ไม่อยากทำงานที่ไม่มีความสุขไม่อยากมีประสบการณ์ฮ่วยๆในชีวิตการทำงาน ตอนนี้เหมือนฉันรออะไรอยู่ซักอย่าง....แล้วฉันรออะไรล่ะ....น่าเบื่อนะเวลาหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้...
มาพูดถึงเรื่องเที่ยวดีกว่า อยากเที่ยวอ่ะ อยากไปทะเลแต่เปลืองตังไม่กล้าขอตังพ่อกะแม่ มันรู้สึกแย่ๆ ยังไม่ทำงานแล้วก็มานั่งขอตังเนี่ยนะ.....อืมมม....แต่..เฮ้ออ..ก็ยังอยากเที่ยวอยู่ดี....ไปไหนดีน้า....... ?????อยากไปทะเลเงียบๆอยู่เงียบๆจะได้มีเวลาทบทวนตัวเอง....ซักที April 26 Exhibition วันนี้ได้เห็นโฆษณาเกี่ยวกับ Exhibition ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 เมษานี้ ถึงแม้มันจะเป็นงานจัดแสดงที่มีเราเป็นเพียงส่วนนึงในงานแต่มันก็มีความรู้สึกตื่นเต้นเข้ามาอยู่ในใจนิดนึงตอนที่เราได้เห็นโฆษณาเกี่ยวกับงานนี้เพราะใจเรารู้ว่าเห้ยมันก็งานเรานิดนึงนะ เราเป็นส่วนนึงเลยนะ มันเป็นความรู้สึกที่ดีอ่ะแต่ดียังไงตอนี้ยังไม่รู้ แล้วตอนที่ยังดีใจอยู่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าถ้างานที่ลงมันเป็นงานของเราเป็นบทความของเราล่ะ ถ้ามันได้ไปอยู่ในหนังสือที่พิมพ์จำหน่ายทั่วประเทศนั่นมันก็เท่ากับคนก็จะได้รู้จักเรามากขึ้น แล้วเราจะรู้สึกดีกว่านี้อีกแค่ไหน แต่อีกความคิดก็บอกเราว่าแล้วคิดเหรอว่าเราจะได้มาอยู่ตรงนี้อย่างที่เราคิดมันคงไม่ง่ายนักหรอกกับการทำให้ใครหลายๆคนยอมรับเราเพียงคนเดียว คิดว่ามันยากไหมก็ว่ายากนะ แต่ก็อีกแหละเรายังมีอีกกี่ปีกี่วันไม่รู้ก่อนที่เราจะตายไม่ว่าจะยังไงในหนึ่งวันของชีวิตที่เหลืออยู่คงต้องมีซักวันที่เราจะได้เป็นคนสำคัญหรือเป็นที่ยอมรับจากใครซักคนนั่นแหละ และถ้าเราโชคดีเราก็คงมีวันนั้นมากกว่า 1 วัน
ว่าแล้วก็ขอโฆษณา ชักชวนใครก็ตามที่ได้เข้ามาอ่านเสปซเรา ขอเชิญชวนไปดูงานแสดงศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ ชั้น 2 playspace @ Playground!
ตั้งแต่วันที่ 28เมษายน-2พฤษภาคม 2549 Grand opening 28 เมษายน 2549 เวลา 17.00น. อย่าลืมมากันนะจ๊ะ April 09 From E-mailกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก
พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆ พระองค์เริ่มต้นด้วยการ สร้างมหาสมุทร ทั้ง7 โดยการวางของวิเศษของพระเจ้า พระองค์จะต้องวางทั้งของดีและของไม่ดี คู่กันไป เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใด สมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆ ทรง เอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกา แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย เอาป่าอเมซอน วางไว้ให้บราซิล ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วย เอาขั้วแม่เหล็กโลก วางไว้ให้แคนาดา แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้ เอาเทือกเขาหิมาลัย ให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศ และความแห้งแล้งไว้ให้ ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ ทั้งหมด จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน คราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศรูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีน ทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป แต่ด้วยความที่เขาสูงมาก เกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด ข้าวของที่ดีๆที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหาร อร่อยที่สุดในโลก ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่ประเทศไทยหมด ว้า แย่แล้ว พระเจ้า ทรงคิด ประเทศนี้ ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆทั้งหมดแน่นอน พระเจ้า ทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟ กับแผ่นดินไหว ให้ญี่ปุ่นไปแล้ว ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆ จะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่าพระองค์ไม่ยุติธรรม จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอที่ จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่า ประเทศอื่นๆได้ เมื่อทรงคิดได้ เพื่อเป็นการป้องกันประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้ ไม่ให้ล้ำไปกว่าที่อื่นๆ พระองค์ก็เลยสร้าง คนไทยขึ้นมา ถ้ามีคนไทยอยู่ล่ะก็ ต่อให้สมบูรณ์แค่ไหน ไทยก็ไม่มีวันเจริญ เป็นนิทานที่ฝรั่งเขียนขึ้นมาเพื่อล้อประเทศเรา จริงไหมน้อออ??? March 14 ------------![]() เคยกลัวไหม กลัวกับสิ่งที่เราจะต้องไปพบเจอกลัวกับสิ่งที่เราไม่เคยสัมผัสไม่เคยมีประสบการณ์ใดๆกับมัน ตอนนี้ฉันกลัว เหมือนกับทุกๆครั้งตั้งแต่เด็ก จากอนุบาลจะขึ้นประถมก็กลัวใส่เข็มขัดชุดนักเรียนไม่ได้จากประถมขึ้นมัธยมก็กลัวผูกคอซองไม่ได้ มันดูประหลาดเนอะแต่มันก็เป็นจิตวิตกอย่างนึงของเราเลยให้ตาย ตอนนี้ก็เหมือนกันกลัวกับชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมกลัวความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ก่อนหน้านี้เคยเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าโลกของการทำงานช่างน่ากลัวและเท่าที่ใช้ชีวิตมา21ปี มีสิ่งนึงที่ฉันเชื่อก้คือเราไม่สามารถเดินไปหาความฝันของเราได้ง่ายๆหรอก และไอ้ความไม่ง่ายนั่นแหละที่ทำให้ฉันกลัว กลัวคนกลัวทุกอย่าง แล้วยิ่งตอนนี้ฉันยังมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองด้วยแล้วมันก็ยิ่งทำให้ฉันกลัว มันไม่เหมือนกับชีวิต21ปีที่ผ่านมาที่มันมีจุดหมายตลอด แต่ตอนนี้จุดหมายที่ว่ามันกลายเป็นสิ่งที่เราต้องกำหนดเองไม่เหมือนที่ผ่านๆมาที่ถูกกำหนดด้วยสังคม แล้วจุดหมายจุดนั้นของฉันคืออะไร....
......สุดท้ายมันก็อยู่ที่ฉันใช่มั้ย....เฮ้อออ.....จะไปทำมาหากินอะไรดีน้อ.....
![]() March 12 So Black "_"♫ ♬ โอ้ทะเลแสนงาม แสนง้ามงาม ♫ ♬ ในที่สุด ก็ได้ไปเที่ยวซะทีหลังจากที่ปีนี้ เกิดการล่มของการเที่ยวบ่อยเหลือเกิน
❤ ตอนนี้ตัวดำเหลือเกิน โดยปกติก็เป็นที่ดำค่อนข้างง่ายอยู่แล้วแต่เนื่องจากไม่ได้ไปเที่ยวแบบสู้แดดมานานเลยออกอาการดำดับเบิ้ลเลยทีเดียว ถ้าดำแต่อยู่แถวๆทะเลมันก็โอเคหรอกแต่พอกลับเข้าเมืองกลายเป็นลูกทะเลเข้ากรุงกันเลย 5555 แย่เหมือนกันนะเนี่ย ❤ ทริปนี้รู้สึกสะดวกดีนะอะไรๆดูง่ายขึ้นอาจจะเป้นเพราะคนไม่ค่อยเยอะด้วยล่ะการสรุปอะไรก้เลยง่ายๆแต่ก็ยอมรับว่าถ้ามากันเยอะๆคงสนุกแบบดับเบิ้ลกว่านี้อีก ^_^
❤ จากที่ตอนแรกเราตกลงจะไปเที่ยวกันที่สวนสนประดิพัทธ์หัวหินเพราะว่าได้รับการโฆษณาที่บอกว่าทะเลสวยคนน้อยสงบดี เรื่องทะเลสวยเนี่ยจิงแต่เรื่องสงบนี่ไม่ผ่านอาจจะเป็นเพราะเรามาในช่วงปิดเทอมพอดีเลยมีแก๊งมากมายมาพักเพียบ!!! แต่ที่น่าประทับใจสุดคือการนวดเท้านะเจ๋งดีชอบๆ และเนื่องจากคนเยอะ+ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าในบ้านพักได้เราเลยตัดสินใจย้ายออกจากหัวหินไปชะอำ
♪กลับมายืนที่เดิมที่ที่เคยคุ้นตา♪ และแล้วเราก็มาถึง Pine Apple Garden Beach ที่ที่พวกเราเคยมารับน้องแต่มีน้องมาให้รับคนเดียว พอมาอยู่ที่นี้ทุกอย่างเป็นของเราหมดเลยจิงๆเพราะทั้งรีสอร์ตมีแค่พวกเรา7คน ช่างสำราญดีแท้ และที่ดีไปกว่านั้นคือมีสระว่ายน้ำเจ๋งๆให้เราได้เล่นอีกด้วย ช่างเป็นการสร้างทางเลือกที่ดีจิงๆ เสียดายที่ทะเลแตกต่างไปจากตอนที่พวกเราเคยมากันตอนนี้กระโดลงทรายไม่ได้เพราะมีแต่เปลือกหอยและหิน นอนบนทรายไม่ได้เพราะเปลือกหอยจำนวนมากอีกเช่นกัน ถึงบอกว่าสระว่ายน้ำเป็นทางเลือกที่ดีพวกเราเลยใช้ชีวิตอยู่กับการเล่นน้ำกินนอนเล่นเพียงเท่านั้นเลย
❤ พูดถึงเรื่องกินคงต้องขอบคุนอาทที่เป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดจิงๆถ้าไม่มีอาทพวกเราอาจจะต้องกินมาม่าเป็นอาหารหลักก็ได้นะ
❤ ขอข้ามไปถึงเรื่องการปั่นจักยานไปตลาดเลยดีกว่า พ้อยหลักของเรื่องนี้คือการล่มของข้าเจ้าเองไม่น่าขอแวะตลาดนัดเล้ยยพอตอนปั่นกลับดันหมดแรงซะงั้น ถึงกับเรียกได้ว่า 1ถีบ=5 วินาที เลยทีเดียวเกิดอาการล้าอย่างแรงแล้วทางก็มืดๆอีก เลยยอมแพ้โทรเรียกอาทให้มารับทีเพราะว่ามี ต้อง ซ้อนอยู่ด้วยเชื่อว่าถ้าฝืนถีบต่อไปอาจจะต้องเดินกลับแทนเพราะมันไม่ไหวแล้วววว เลยโดนเพื่อนประนามเลยขาไปดันซ่าไว้เยอะ -*- พอกลับมาได้ถึงกับต้องขอยาคลายกล้ามเนื้อจาก ต้อง เลยเชียวไม่งั้นคงเดินไม่ได้แหงมๆ
**ขอสรุปเลยล่ะกันว่าทริปนี้ดีอิ่มสบายสนุก...จบข่าว...**
***ตอนนี้ผิวที่ดำเริ่มมีTextureที่แตกต่างกับผิวปกติ น่ากัวจะลอกยกใหญ่.....เอ้าปายยยย.....
|
|
|